วางแผนเที่ยวเกียวโต แผนที่ 2

วางแผนเที่ยวเกียวโตในหนึ่งวัน (1 day trip in kyoto) กับภาระกิจชมวัดดังเกียวโต วัดที่เราจะพาไปชมในวันนี้ถือเป็นวัดที่ดังในเกียวโต และวัดที่ได้รับการรับรองเป็นมรดกโลกจากองค์การ UNESCO ทั้งสิ้น

เราจะเริ่มออกเดินทางจากสถานีเกียวโตกันนะครับ

วัดคิโยมิซึเดระ (Kiyomizu-dera Temple)

หรือวัดน้ำใส ที่ใครๆก็ไปดื่มน้ำแล้วอธิษฐานเพื่อความเป็นสิริมงคลของชีวิต สาเหตุที่เรียกว่าวัดน้ำในก็เพราะ ในบริเวณวัดมีน้ำตกอยู่สายหนึ่ง ซึ่งตามตำนานการก่อตั้งวัดบอกว่า น้ำตกในบริสุทธิ์นี้เป็นที่มาของชื่อวัดนั่นเอง สามารถเดินทางมาได้โดยนั่งรถเมลล์สาย 100 หรือ 206 มาลงที่ป้าย Kiyomizu-michi แล้วเดินไปทางทิศตะวันออกจะเห็นทางเข้าวัดอยู่ เส้นทางที่เดินไปสู่วัดจะเป็นเส้นทางที่ปูด้วยพื้นหินโบราณ สองฟากฝั่งเรียงรายไปด้วยร้านค้าของที่ระลึกมากมาย ตั้งแต่ร่มปูนปั้น ตุ๊กตาต่างๆ ใกล้ๆ วัดคิโยมิซึเดระ ยังมีศาลเจ้าแห่งความรักที่วัยรุ่น หรือคู่รักต่างๆ นิยมเดินทางกันมาพิสูจน์รักแท้กันครับ ที่ศาลเจ้าดังกล่าวจะมีหินอยู่คู่หนึ่ง ว่ากันว่า ถ้าสามารถหลับตานึกถึงคนรักแล้วเดินไปถึงหินอีกก้อนหนึ่งได้ แสดงว่าคนที่คุณคิดถึงเป็นคู่แท้ของคุณ ภายมในบริเวณวัด ก็จะเริ่มตั้งแต่ประตูทางเข้า จนถึงระเบียงยอดฮิตที่มักจะใช้เป็นวิวถ่ายรูปกัน ระเบียงนี้สร้างด้วยไม้และสลักทั้งหมด ไม่มีตะปูแม้แต่ตัวเดียว วัดคิโยมิซึเดระ ยังเป็นสถานที่หนึ่งที่เข้ารอบสุดท้ายของการประกวด 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกด้วย

เมื่อชมวัดคิโยมิซึกันเรียบร้อยแล้วเราก็จะเดินทางต่อไปยังวัดดังอีกวัดหนึ่ง ซึ่งเป็นวัดยอดฮิตที่รู้จักกันทั่วโลก นั่นก็คือ วัดคินคะคุจิ นั่นเอง ก่อนอื่นให้เรานั่งรถเมลล์สายเดิมกลับไปที่สถานีเกียวโตก่อน

วัดคิโยมิซึเดระ

วัดคิโยมิซึเดระ

ประตู วัดคิโยมิซึเดระ

ประตู วัดคิโยมิซึเดระ

วัดคินคะคุจิ (Kinkaku-ji)

หรือที่เราเรียกว่าวัดทอง (Golden Pavilion) เป็นวัดที่มีประวัติเก่าแก่ และมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับอิ๊กคิวซัง ถึงแม้ว่าอิ๊กคิวซังจะเป็นเรื่องแต่ง แต่โชกุนในเรื่องอิ๊กคิวซังเป็นคนที่มีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์ โชกุนคนนั้นชื่อโชกุน โยชิฒึซึ นั่นเอง โดยปราสาททองที่อยู่กลางสระกระจกเป็นจุดที่โดดเด่น ของวัดคินคะคุจิ ปราสาททองนี้อันที่จริงแล้วเคยถูกทำลายไปในสมัยสงครามกลางเมือง ส่วนปราสาทที่เราเห็นในปัจจุบันนี้ เป็นปราสาทที่สร้างขึ้นใหม่ โดยลอกแบบจากปราสาทเดิม นอกจากนี้ตามทางที่เราเข้าไปชมวัดยังประกอบไปด้วยห้องหับต่างๆ ที่สามารถเข้าชมได้ วิธีการเดินทาง สามารถนั่งรถเมลล์สาย 101 หรือ 205 มาได้โดยตรงจากสถานีเกียวโต แต่ถ้าใครไม่อยากนั่งรถเมลล์นานก็ให้นั่งรถไฟ JR มาลงที่สถานีเอ็มมาจิ (Emmachi) แล้วก็นั่งรถเมลล์สาย 204 หรือ 205 ไปลงป้าย Kinkakuji-michi แล้วก็เดินเข้าวัดไป

เมื่อเที่ยว วัดคินะคุจิ เสร็จเรียบร้อย วัดต่อไปที่เราจะไปชมคือวัดเรียวอันจิ อยู่ใกล้ๆ วัดคินคะคุจิ นี่เองครับ เดินทางกันเลย

วัดคินคะคุจิ

วัดคินคะคุจิ

ทางเดินวัดคินคะคุจิ

ทางเดินวัดคินคะคุจิ

วัดเรียวอันจิ (Ryoan-ji)

มีจุดเด่นอยู่ที่สวนหินที่มีการจัดสวนแบบเซน อ่านไม่ผิดครับสวนหิน โดยผู้ที่มาวัดที่มาดูสวนหิน จะต้องพิจารณาการจัดวางหินในสวนให้เหมือนกับน้ำที่มีระลอกคลื่น นอกจากสวนหินอันโด่งดังแล้ว วัดเรียวอันจิ ยังมีสระน้ำกับต้นซากุระให้ชมอีกด้วย วิธีการเดินทาง สามารถนั่งรถเมลล์สาย 59 จาก วัดคินคะคุจิ มาลงป้าย Ryoanji-mae หรือจะเดินมาก็ได้นะครับ ใช้เวลาเดินสัก 10 นาที

วัดต่อไปที่เราจะเที่่ยว ก็จะเป็นวัดนินนาจิ อยู่ไม่ไกลจากวัดเรียวอันจิเช่นกัน

วัดนินนาจิ (Ninna-ji)

เคยเป็นวัดที่ประทับของจักรพรรดิ์ยูดะ (Emperor Uda) ขณะที่ออกผนวช เป็นวัดที่เก่าแก่มากที่สุดวัดหนึ่งของเกียวโต เป็นวัดที่มีบริเวณกว้างขวาง ประกอบด้วยสิ่งก่อสร้างหลายอย่างรวมอยู่ด้วยกัน สิ่งก่อสร้างที่เป็นจุดเด่นก็ได้แก่ เจดีย์ 5 ชั้น และตำหนักของจักรพรรดิ์ มีจิตรกรรมและวัตถุโบราณหลายชิ้น ที่วัดนินนาจินี้ การเดินทางไม่ยากครับ นั่งรถเมลล์สาย 59 มาจากวัดเรียวอันจิ มาลงป้าย Omuro Ninnaji ได้เลยครับ ส่วนการกลับไปที่สถานีเกียวโต ให้นั่งรถเมลล์สาย 26 กลับได้จากป้าย Omuro Ninnaji (ฝั่งตรงข้าม) อีกทีครับ

 

วางแผนเที่ยวเกียวโต แผนที่ 1

วางแผนเที่ยวเกียวโต

ถ้าวางแผนเที่ยวเกียวโตเป็นครั้งแรก มีสถานที่สุดฮิตที่เราไม่ควรพลาดอยู่หลายแห่งด้วยกัน สถานที่ ที่เราจะแนะนำต่อไปนี้ เป็นสถานที่ที่ต้องไปให้ได้ ถ้าไม่ได้มาที่เหล่านี้ก็ถือว่ามาไม่ถึงเมืองเกียวโต

  • วัดคินคะคุจิ (Kinkaku-ji Temple) หรือที่เราเรียกว่าวัดทอง (Golden Pavilion)
  • ปราสาทนิโจโจ (Nijojo Castle) ปราสาทแห่งประวัติศาสตร์ของโชกุนโตกุกาว่า อิเอยาสุ
  • วัดคิโยมิซึเดระ (Kiyomizu-dera) หรือที่เราเรียกว่าวัดน้ำใส
  • กิออน (Gion) ย่านโบราณที่ยังคงอนุรักษ์วัฒนธรรมและการแสดงที่หาชมได้ยาก

ในการวางแผนของเรา แต่ละสถานที่เราจะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่งในการเที่ยวชม และที่เหลือเป็นเวลาพักรับประทานอาหาร และเวลาเดินทาง + คลำหาทางไปด้วย

การเดินทาง

เราจะไปวัดคินคะคุจิกันก่อน โดยใช้ JR Pass ให้มากที่สุด จะเริ่มจากสถานีเกียวโต ขึ้น JR ไปลงสถานีเอ็มมาจิ (Emmachi) จากนั้นนั่งรถประจำทางสาย 204 หรือ 205 ไปลงที่วัดคินคะคุจิ

จากนั้นเราก็จะไปเที่ยวปราสาทนิโจโจกัน โดยนั่งรถประจำทางสาย 204 หรือ 205 กลับมาที่สถานีเอ็นมาจิแล้วก็นั่งรถไฟ JR ต่อไปยังสถานีนิโจ (Nijo) ลงแล้วก็จะถึงปราสาทนิโจโจ

ต่อมาเราก็จะเดินทางต่อไปยังกินออนกันสักหน่อย โดยนั่งรถเมลล์สาย 201 หรือ 206 จากป้ายนิโจ ไปลงป้ายกิออนจากนั้นก็ลงไปทรรศนากิออนได้เลย

จากกิออนเราไปวัดคิโยมิซึได้โดย นั่งรถเมลล์สาย 80,100,202,206 และ 207 มาลงป้ายคิโยมิซึมิชิ (Kiyomizu-michi) แล้วเดินขึ้นเนินไปเรื่อยๆจนถึงวัดคิโยมิซึ

ขากลับไปสถานีเกียวโตก็ให้ออกมานั่งรถประจำทางสาย 100 หรือ 206 ก็จะมาลงที่สถานีเกียวโตพอดี เป็นอันจบการวางแผนเที่ยวเกียวโตใน 1 วัน