วัดนินนาจิ (Ninna-ji Temple)

วัดนินนาจิ (Ninna-ji Temple) เป็นวัดพุทธศาสนาวัดใหญ่ในเมืองเกียวโต วัดนี้ได้รับการรับรองให้เป็นมรดกโลกจากองค์การ UNESCO และเป็นที่ที่จักรพรรดิ์ยูดะ (Emperror Uda)ได้ทรงมาผนวช วัดนี้ได้เป็นศูนย์กลางของลัทธิโอมูระ ชินกอน(Omura Shingon) ในพุทธศาสนาอีกด้วย

ประวัติ

วัดนินนาจิถูกก่อตั้งขึ้นมาในช่วงสมัยเฮอันเริ่มแรก ประมาณปี 886 จักรพรรดิ์โคโค (Emperor Koko) ได้สั่งให้สร้างวัดชื่อ นิชิยามะ โกกันจิ (Nishiyama Goganji) ขึ้นมา เพื่อเป็นสิริมงคลแก่บ้านเมืองและเป็นการเผยแพร่คำสอนของพระพุทธศาสนา แต่ว่าจักรพรรดิ์โคโคได้เสียชีวิตก่อนที่วัดนี้จะสร้างเสร็จ

ต่อมาจักรพรรดิ์ยูดะ ได้มาสานต่อการก่อสร้างจนแล้วเสร็จในปี 888 และตั้งชื่อใหม่ให้วัดว่านินนา (Ninna)  ช่วงปลายรัชกาลของจักรพรรดิ์โคโค ช่วงปี 888 – 1869 เป็นช่วงที่มีประเพณีที่จะส่งบุตรชายของตนไปออกผนวชที่วัดหลวงและเป็นเจ้าอาวาสวัดในขณะที่ตำแหน่งว่าง

หลังจากที่จักรพรรดิ์ยูดะ สละราชสมบัติ ท่านก็มาเป็นพระที่มาจากเชื้อพระวงศ์คนแรกของวัดนินนาจิ จากตอนนั้นจนถึงช่วงสุดท้ายของสมัยเอโดะ วัดก็ถูกมองว่าเป็นที่่สืบทอดของเจ้าอาวาสที่เป็นสายเลือดของจักรพรรดิ์

ในช่วงปี 1467 วัดได้ถูกเผาทำลายจากเหตุการณ์สงครามโอนิน (Onin War) และวัดได้ถูกสร้าวขึ้นมาใหม่ในช่วง 150 ปีต่อมา คาคุชิน โฮชิโนะ (Kakushin Hoshino) ลูกชายคนโตของจักรพรรดิ์โกโยเซ (Emperor Go-Yozei)  ได้ขอความช่วยเหลือจากโตกุกาวะ อิมิซึ (Tokugawa Iemitsu) โชกุนคนที่สามของตระกูลโตกุกาวะ ให้บูรณะพระราชวังทั้งหลายในเกียวโต และได้รับการสนับสนุนจากเชื้อพระวงศ์ในการนี้

ประเพณีที่ส่งลูกชายมาออกผนวชของเชื้อพระวงศ์ได้สิ้นสุดลงที่ เจ้าอาวาสคนที่ 30 จูนนิน โฮชินโนะ (Junnn Hoshinno) ในช่วงท้ายยุคเอโดะ

อาคารสิ่งก่อสร้างที่อยู่รอดมาจากช่วงศตวรรษที่ 17 ก็ได้แก่ เจดีย์ 5 ชั้น สวนเชอรี่แคระ และตัววัดก็ยังมีลวดลายบนกำแพงและสวนให้เห็นกันอยู่ทั่วไป

บรรยากาศ

ในวัดนินนาจิเอง มีสิ่งปลูกสร้างมากมายหลายอย่างด้วยกัน ตั้งแต่เจย์ดีย์ห้าชั้น พระอุโบสทที่สวยงาม หอระฆังที่ได้รับการตกแต่งเป็นอย่างดี และชินเดน (Shinden)  ห้องรับรองที่ประดับด้วยลวดลายต่างๆ และ ที่พลาดไม่ได้คือสวนทั้งทางทิศเหนือและทางทิศใต้ ที่ออกแบบให้สอดรับกับคำสอนของพระพุทธศาสนาเป็นอย่างดี

ข้อควรรู้

  • บริเวณวัดไม่เสียค่าเข้าชม
  • ค่าเข้าชมสวนซากุระ 500 เยน
  • ค่าเข้าชมวัง 500 เยน

การเดินทาง

นั่งรถประจำทาง สาย 10 26 หรือ สาย 59 (สาย 59 ผ่านบริเวณวัดคินคะคุจิ) หรือเดินมาจากวัดคินคะคุจิใช้เวลา 20 นาที

ศาลเจ้าฟูชิมิ อินาริ (Fushimi Inari Shrine)

ศาลเจ้าฟูชิมิ อินาริ (Fushimi Inari Shrine) เป็นศาลเจ้าชื่อดัง ที่นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวเกียวโตทุกคนต่างเดินทางมาดูโทริอิ (Torii) หรือประตูศาลเจ้าที่เรียงต่อทอดยาว จากตีนเขาไปถึงยอดเขาสูงถึง 233 เมตร ประตูโทริที่เรียงรายกันเป็นอุโมงสีแดงนี้เป็นแหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี

ประตูศาลเจ้าฟูชิมิ อินาริ

ประตูศาลเจ้าฟูชิมิ อินาริ

ประวัติ

ปี 965 ช่วงต้นสมัยเฮอัน จักรพรรดิ์มุราคามิ ได้บัญชาให้คนนำส่งสารนำส่งข้อความเกี่ยวกับเหตุการณ์ต่างๆให้กับเทพเจ้าของญี่ปุ่น ข้อความเหล่านี้เริ่มแรกมีอยู่ใน 16 ศาลเจ้าของญี่ปุ่น รวมทั้งที่ศาลเจ้าอินาริด้วย สัญลักษณ์ของผู้นำศาลที่อินาริก็คือสุนัขจิ้งจอก ซึ่งมาจากพระเจ้าแห่งธัญพืช ในศาสนาชินโต

ต่อมาในปี 1589 โตโยมิ ฮิเดโยชิ (Toyomi Hideyoshi) ได้บริจาคประตูโทริอิ ขนาดใหญ่ วางไว้ที่ด้านหน้าทางเข้าศาลเจ้าฟูชิมิ อินาริ

บริษัทต่างๆของญี่ปุ่นนิยมบริจาคโทริกันเพื่อความเป็นสิริมงคล  จึงทำให้มีประตูโทริอิมากมาย เรียงรายจนถึงยอดเขา

และตั้งแต่ปี 1871 – 1946 ศาลเจ้าฟูชิมิ อินาริ ได้ถูกกำหนดให้เป็นศาลเจ้าที่เป็นลับดับขั้นที่ 1 (First Rank) ในศาสนาชินโต และเป็นศาลเจ้าที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลอย่างเป็นทางการ

บรรยากาศ

ศาลเจ้าแห่งนี้บูรณะค่อนข้างดี ทุกครั้งที่ไปเยือนสีแดงออกส้มของประตูโทริยังเป็นเหมือนเดิมเสมอ ไม่เคยเปลี่ยน รูปปั้นสุนัขจิ้งจอกที่เป็นตัวแทนของเทพเจ้าแห่งธัญพืชถูกสร้างไว้ตั้งแต่ประตูทางเข้า และขึ้นไปเรื่อยจนถึงประตูแรกของโทริ เส้นทางโทริที่ยาวสุดลูกหูลูกตากลายเป็นมุมถ่ายรูปยอดนิยมของนักท่องเที่ยว เมื่อเดินตามอุโมงค์โทริอิ ไปได้สักพักก็จะเจอทางแยกของประตูโทริที่กั้นด้วยประตูใหญ่แล้วแยกย่อยเป็นประตูเล็กออกมาอีกทีหนึ่ง พอเดินไปได้ครึ่งทางก็จะพบกับจุดชมวิวยทสุซึจิ เป็นจุดที่มองเห็นเกียวโตและภูเขาที่ล้อมรอบเกียวโตเอาไว้

ศาลเจ้าฟูชิมิ อินาริ

ศาลเจ้าฟูชิมิ อินาริ

ข้อควรรู้

การเดินไปกลับตลอดอุโมงค์โทริอิ ใช้เวลาประมาณ 2 -3  ชั่วโมง

เดินทางจนถึงจุดชมวิวยทสุซึจิ  (Yotsutsuji) ใช้เวลาประมาณ 30 – 40 นาที และเดินทางกลับอีก 30 นาที

ไม่มีค่าเข้าชมสถานที่

การเดินทาง

สามารถนั่งรถไฟ JR มาลงที่สถานี อินาริ (Inari) ได้เลย แล้วเดินเข้าไปที่ศาลเจ้าไม่ไกล

เทพเจ้าจิ้งจอก แห่งฟูชิมิ อินาริ

เทพเจ้าจิ้งจอก แห่งฟูชิมิ อินาริ

วัดเท็นริวจิ (Tenryu-ji Temple)

วัดเท็นริวจิ (Tenryu-ji Temple) เป็นวัดที่มีความสวยงามเป็นอันดับต้นๆของวัดในเกียวโต และยังเป็นหนึ่งใน 5 วัดมรดกโลกที่มีชื่อเสียงที่สุดของเมืองเกียวโตก็ว่าได้ วัดเท็นริวจิเป็นวัดในศาสนาเซน และเป็นศูนย์กลางของลัทธิรินไซ การจัดสวน หรือแม้แต่ต้นไม้ที่ปลูกอยู่ในวัด ก็ล้วนแล้วแต่ได้รับอิทธิพลจากศาสนาเซนทั้งสิ้น ภายในวัดจึงมีความสวยงามแฝงไปด้วยความสงบแบบเซน และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมแห่งหนึ่งของเมืองเกียวโต

วัดเท็นริวจิ

วัดเท็นริวจิ

ประวัติ

เริ่มต้นจากในช่วงต้นยุคเฮอัน ภรรยาของจักรพรรดิ์ซากะ (Saga) ได้สร้างวัดที่ชื่อ Danrin-ji บนพื้นที่ของวัดเท็นริวจิในปัจจุบัน และวัดนี้ก็ค่อยๆเสื่อมโทรมไปตามกาลเวลาจวบจนเวลาล่วงเลยผ่านไป 400 ปี

กลางศตวรรษที่ 13 จักรพรรดิ์ โกซากะ (Go-Saga) และลูกชายคาเมะยามะ (Kameyama) ได้บูรณะและเปลี่ยนพื้นที่นี้เป็น พระราชวัง และตั้งให้เป็นพระราชวังแปรพระราชฐานคาเมะยามะ จริงๆแล้วชื่อว่าคาเมะยามะนั้นมาจาก ภูเขาที่มีรูปร่างเหมือนเต่านั่นเอง ภูเขาที่ว่านั่นก็คือภูเขาโอกุระ (Ogura) ที่อยู่ทางตะวันตกของวัดเท็นริวจินั่นเอง

พระราชวังถูกเปลี่ยนเป็นวัดในช่วงกลางยุคมุโรมาจิ (Muromachi) ตามคำสั่งของอะชิคางะ ทาคายูจิ (Ashikaga Takauji) ซึ่งต้องการให้เป็นอนุสรณ์สถานการสวรรคตของจักรพรรดิ์ โกะไดโกะ (Go-Daigo). อะชิคางะได้เป็น โชกุนในปี 1338 และอาชิคางะต่อต้านการฟื้นฟูเก็มมุ (การฟื้นฟูให้จักรพรรดิ์เป็นผู้มีอำนาจสูงสุด โดยไม่ขึ้นอยู่กับทหาร) ซึ่งเริ่มต้นโดยจักรพรรดิ์โกะไดโกะ เมื่อเกิดการต่อต้านขึ้น จักรพรรดิ์จึงออกคำสั่งให้ตามล่าอะชิคางะมารับโทษประหาร หลังจากนั้นไม่นาน ในปี 1339 จักรพรรดิ์โกะไดโกะก็สวรรคต อาชิคางะจึงให้พระในศาสนาเซน มูโซโซเซกิ (Muso Soseki) สร้างวัดนี้เพื่อเป็นอนุสรณ์สถานแก่จักรพรรดิ์

เดิมวัดนี้จะถูกตั้งชื่อตาม จักรพรรดิ์ทางภาคเหนือว่า ราคุโอ ชิไซเซนจิ (Ryakuo Shiseizen-ji) แต่ว่า น้องชายของอาชิคางะ ทาคายูจิ คือ ทาดาโยชิ (Tadayoshi) ฝันเห็นมังกรทอง บินอยู่เหนือแม่น้ำ โออิ (Oi) หรือที่เรียกกันว่าแม่น้ำโฮซู (Hozu) ซึ่งอยู่ทางใต้ของวัด วัดจึงกลายเป็นชื่อ เท็นริว ชิไซเซนจิ (Tenryu Shiseizen-ji) ซึ่งเท็นริวแปลว่า มังกรฟ้า หรือมังกรแห่งท้องฟ้า

วัดต้องการเงินมาสร้างวัดให้เสร็จ จึงได้สร้างเรือขนสินค้าขนาดใหญ่ขึ้นสองลำเรียกว่า เท็นริวจิบุเนะ และออกทำการในปี 1342. และในปี 1345 วัดได้สร้างเสร็จเพื่อเป็นอนุารณ์สถานให้กับจักพรรดิ์โกะไดโกะ พร้อมกับการฉลองครบรอบที่ระลึกการสวรรคตของจักรพรรดิ์โกะไดโกะเป็นครั้งที่ 7 ด้วย

วัดก็ได้เจริญรุ่งเรืองและขยายตัวต่อมาจนเป็นวัดอันดับหนึ่งของลิทธิรินไซ แต่ไม่นานนักวัดก็ได้ถูกเผาทำลายกว่า 6 ครั้ง ตั้งแต่ปี 1358, 1367, 1373, 1380, 1447 และ 1467 ในที่สุดวัดก็ถูกทำลายลงในช่วงสงครามโอนิน (Onin War) และได้สร้างขึ้นใหม่ในปี ค.ศ. 1815

ในปี 1864 วัดได้รับความเสียหายอย่างหนักจากเหตุการณ์ปฏิวัติครั้งใหญ่คินมอน (Kinmon Incident) ดังนั้นวัดที่เราเห็นกันอยู่ทุกวันนี้ จึงเป็นวัดที่สร้างขึ้นมาใหม่ในช่วงครึ่งหลัีงยุคเมจิเป็นต้นมา และสวนทางด้านตะวันตกของวัด ณ ตอนนี้ก็แสดงแค่ร่องรอยการออกแบบเดิมของ  มูโซโซเซกิ

สวนเท็นริวจิ

สวนเท็นริวจิ

บรรยากาศ

ในวัดเท็นริวจิเมื่อเข้าไปแล้วก็จะพบกับสิ่งปลูกสร้างที่บ่งบอกความเป็นวัดของญี่ปุ่น แต่ที่พลาดไม่ได้เลยคือสวนแบบเซน ที่แม้จะเป็นเพียงร่อยรอยเศษเสี้ยวจากความสวยงามในอดีต ก็ยังคงดูสวยงามเป็นอย่างมากในปัจจุบัน มีการเลี้ยงปลา และเป็ดเอาไว้ในสระน้ำ สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งก็คือทิวไผ่ที่เรียงรายกันอยู่เป็นแนวยาว ที่มักเป็นจุดถ่ายรูปยอดฮิตอีกจุดหนึ่ง

ข้อควรรู้

ค่าเข้าชมห้องด้านใน 600 เยน

การเดินทาง

นั่งรถไฟ JR มาลงที่สถานีอะราชิมายะ (Arashimaya) แล้วก็เดินต่อไปทางทิศตะวันตก หรือจะนั่งรถลากที่มีบริการอยู่แถวนั้นก็ได้บรรยากาศดี