กว่าจะเป็นเกียวโตในวันนี้

ถ้าพูดถึงเกียวโตแล้ว หลายคนอาจจะสับสนกับเมืองโตเกียว ซึ่งเมืองโตเกียวเป็นเมืองหลวงของประเทศญี่ปุ่นในปัจจุบัน ส่วนเกียวโตเป็นเมืองหลวงของญี่ปุ่นในอดีต ญี่ปุ่นมีการเปลี่ยนแปลงเมืองหลวงหลายครั้งด้วยกัน และครั้งนึงที่ต้องนับเป็นประวัติศาสตร์หน้าหนึ่งของญี่ปุ่นก็คือ การเปลี่ยนถ่ายเมืองหลวงจากเมืองนารา มาเป็นเมืองเกียวโตนั่นเอง

เกียวโตเป็นเมืองหลวงแห่งใหม่ และเป็นที่ประทับขององค์จักรพรรดิ์ ที่สร้างต่อจากนารา ช่วงปี ค.ศ. 974 เป็นช่วงเริ่มต้น ยุคเฮอัน(Hian) ของประเทศญี่ปุ่น และได้มีชื่อว่า เฮอัน-เคียว (Heian-Kyo)

เกียวโต วางผังเมืองเลียนแบบมาจาก เมืองฉานอัน (Chang-an) ของประเทศจีนในราชวงถัง (Tang) โดยวางผังเมืองเป็นรูปสี่เหลี่ยมจตุรัสตัดกันไปมา และไชยภูมิของเกียวโตนี้เป็นไชยภูมิตามหลัก Feng shui ของจีน โดยมีภูเขาล้อมรอบสามด้านคือ ทิศตะวันออกได้แก่ภูเขา ฮิกาชิยามะ (Higashiyama) ทิศเหนือได้แก่ภูเขาคิตายามะ (Kitayama) และทิศตะวันตกได้แก่ภูเขา (Nishiyama) อีกทั้งยังล้อมรอบด้วยแม่น้ำอีกสามสายเช่นกันคือ ทิศตะวันตกได้แก่แม่น้ำ (Katsuragawa) ทิศใต้ได้แก่แม่น้ำยูจิกาว่า (Ujigawa)และ ทิศตะวันออกได้แก่แม่น้ำคาโมกาว่า (Kamogawa)

เมืองเกียวโตได้รับผลกระทบอย่างมากจากสงครามโอนิน (Onin War) ในช่วงปี ค.ศ. 1467 – 1477 สิ่งปลูกสร้างทั้งหลายได้ถูกทำลายลงอย่างย่อยยับ ปราสาททั้งหลายถูกเผา บ้านเรือนต่างๆถูกทำลายมากมาย ต่อมาในช่วงศตวรรษที่ 16 โตโยมิ ฮิเดโยชิ (Toyomi Hideyoshi) หนึ่งในสามวีรบุรุษรวมชาติของญี่ปุ่น ได้กลับมาบูรณะซ่อมแซมเมืองเกียวโต อีกทั้งยังได้ขยายถนนสายสำคัญให้แก่เมืองเกียวโต คือถนนเทระมาชิ (Teramachi Street) และที่ถนนนี้เองก็ได้มีการสร้างวัดต่างๆขึ้นมามากมายจนได้รับการขนานนามว่า เมืองแห่งวัด (Temple Town)

ปี 1864 เหตุการณ์ครั้งสำคัญอีกเหตุการณ์หนึ่งก็คือ เหตุการณ์การปฏิวัติเพื่อต่อต้านอำนาจของโชกุนนาม โตกุกาว่า (Tokugawa) เหตุการณ์ครั้งนี้มีอีกชื่อหนึ่งว่า การปฎิวัติฮามากุริ (Hamaguri Rebillion) เหตุการณ์ครั้งนี้นับเป็นการนองเลือดครั้งยิ่งใหญ่ครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น มีการเผาบ้านเรื่อนกว่า 28,000 หลังในครั้งนั้น และต่อมาในปี 1869 พระจักรพรรดิ์ได้ย้ายที่ประทับไปยังเอโดะ (Edo) หรือในปัจจุบันก็คือ กรุงโตเกียว (Tykyo) เมืองหลวงของประเทศญี่ปุ่นในปัจจุบันนั่นเอง

เกียวโต ก็คือเมื่องหลวงเก่าของประเทศญี่ปุ่นก่อนสิ้นสุดยุคฌฮอัน และโตเกียวก็คือเมืองหลวงแห่งใหม่ของญี่ปุ่นตั้งแต่สมัยเอโดะเป็นต้นมา

เมืองเกียวโตค่อยๆเสื่อมโทรมลงเรื่อยๆ ทั้งในด้านเศรษฐกิจ คมนาคมและด้านประชากร จนกระทั่งในปี 1890 มีการก่อสร้างคลองเชื่อมต่อกับทะเลสาปที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น คือทะเลสาปบิวะ (Biwa Lake) เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เมืองเกียวโตได้พัฒนาขึ้นมาเป็นเมืองสมัยใหม่ และนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เมืองเกียวโตก็ได้เป็นศูนย์กลางของกลุ่มการปกครองเกียวโต (Kyoto Prefecture) ซึ่งประกอบด้วยเมือง 15 เมือง ได้แก่

เมืองอายาเบะ (Ayabe), เมืองฟุคุชิยามะ (Fukuchiyama), เมืองโจโย (Joyo), เมืองคาเมโอกะ (Kameoka), เมืองคิซุกาว่า (Kizugawa),  เมืองเคียวทานาเบะ (Kyotanabe), เมืองเคียวทังโกะ (Kyotango), เมืองเกียวโต (Kyoto – เป็นเมืองหลวง), เมืองไมซุรุ (Maizuru), เมืองมิยาสุ (Miyazu), เมืองมุโกะ (Muko), เมืองนากาโอกะเคียว (Nagaokakyo), เมืองนันทัน (Nantan), เมืองยูจิ (Uji) และเมืองยาวาตะ (Yawata)

จวบจนทุกวันนี้เมืองเกียวโตก็มีอายุร่วมร้อยกว่าปีแล้ว เมืองเกียวโตก็ยังคงมนต์ขลังของขนบธรรมเนียมและวัฒนธรรมโบราณเอาไว้ได้ดีกว่าเมืองใดๆในโลก และก็เป็นเมืองเกียวโตในวันนี้ที่เราได้สัมผัสกันในทุกวันนี้